เรื่องที่ผู้ขาย e-Commerce ควรรู้เกี่ยวกับศุลกากรจีน

คุณเป็นผู้ขาย e-Commerce ที่เข้าสู่ตลาดจีนเป็นครั้งแรกหรือแค่ยังต้องการทดลองตลาดจีนหรือเปล่า สำหรับผู้ขายที่กำลังเพิ่งเริ่มสร้างฐานตลาดออนไลน์ในประเทศจีน ผู้ขายสามารถเลือกจัดส่งสินค้าให้กับผู้บริโภคชาวจีนจากต่างประเทศได้โดยตรง แทนการเก็บสินค้าไว้ในคลังสินค้าที่ประเทศจีน
สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการนำสินค้าเข้าประเทศจีนก็คือพิธีการศุลกากร สำหรับการจัดส่งแบบ B2C จากต่างประเทศ โดยทั่วไปแล้วคุณมีทางเลือกสองทาง คือ
1. สำแดงสินค้าเป็นสินค้าใช้ส่วนบุคคล (Personal shipment) หรือ 2. สำแดงเป็นสินค้าขนส่งแบบ B2C Direct ship ผู้ขายควรเลือกแบบไหนนั้น มีปัจจัยหลักที่ควรคำนึงถึงดังนี้

มูลค่าพัสดุ
Personal shipment หมายถึง สิ่งของเพื่อการใช้งานส่วนตัว หากมีหลายรายการ มูลค่าสินค้าต่อพัสดุ 1 ชิ้นจะต้องมีมูลค่าน้อยกว่า 1,000 หยวน ดังนั้นหากผู้ขายต้องการจัดส่งสินค้าหลายรายการที่มีมูลค่ารวมกันมากกว่า 1,000 หยวน ในการจัดส่งพัสดุจะต้องแบ่งออกเป็นหลายๆชิ้นจึงจะสามารถทำการขนส่งได้ อย่างไรก็ตามหากผู้ขายจัดส่งสินค้าที่ไม่สามารถแบ่งได้ (เช่น กระเป๋า) ที่มีมูลค่าไม่เกิน 5,000 หยวน สินค้านั้นต้องได้รับการอนุมัติโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของศุลกากรจีนซึ่งก็จะใช้เวลานานมากขึ้น สำหรับการจัดส่งแบบ B2C Direct ship มูลค่าต่อคำสั่งซื้อต้องต่ำกว่า 2,000 หยวน นอกจากนี้ในการจัดส่งแบบ B2C Direct ship พลเมืองจีนแต่ละคนจะสามารถซื้อสินค้าจากต่างประเทศได้มูลค่ารวมไม่เกิน 20,000 หยวนต่อปี

ผลกระทบต่อระยะเวลาขนส่ง
สำหรับ Personal shipment โดยทั่วไปแล้วเจ้าหน้าที่ศุลกากร จะใช้เวลา 2-3 วันในการอนุมัติสินค้าขาเข้า ส่วนรูปแบบ B2C Direct ship โดยทั่วไปสามารถผ่านการอนุมัติได้ภายในหนึ่งวัน เพราะสินค้าได้รับการจดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว

การลงทะเบียนล่วงหน้า
สำหรับการจัดส่งแบบ B2C Direct ship สินค้าจะต้องได้รับการจดทะเบียนล่วงหน้ากับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ขั้นตอนนี้โดยทั่วไปจะใช้เวลานาน แต่ก็ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าที่ผู้ขายต้องการขาย หากผู้ขายมุ่งมั่นที่จะขยายตลาดที่จีน การจัดส่งแบบนี้จะเป็นวิธีการที่เหมาะสมมากกว่า

ภาษีอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
อัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า ภาษีสำหรับการจัดส่งแบบ B2C Direct ship โดยทั่วไปแล้วจะน้อยกว่า Personal shipment โดยที่ภาษีสำหรับ Personal shipment จะเป็นภาษีพัสดุสินค้าส่วนบุคคล อัตรา 15%, 30% หรือ 60% ขึ้นอยู่กับประเภทของพัสดุที่จัดส่ง โดยไม่มี VAT หรือภาษีสรรพสามิต ส่วนภาษีสำหรับการจัดส่งแบบ B2C Direct ship จะประกอบด้วยส่วนลด VAT ที่ 70% ของ VAT + ภาษีสรรพสามิต = 11.9% หรือ 26.37% โดยจะขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า
อย่างไรก็ตามการจัดส่งแบบ Personal shipment จะได้รับการยกเว้นภาษีหากสินค้ามีค่าภาษีต่ำกว่า 50 หยวน ดังนั้นสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าสินค้าน้อย (<333 หยวน สำหรับสินค้าที่มีอัตราภาษี 15% หรือ <165 หยวน สำหรับสินค่าที่มีอัตราภาษี 30% ) จะเหมาะสมในการจัดส่งสินค้าเป็น Personal shipment มากกว่า


การจัดตั้งบริษัทในประเทศจีน
ผู้ขายจำเป็นต้องมีนิติบุคคลตามกฎหมายในประเทศจีนเพื่อทำการรับสินค้าที่ส่งมาจากต่างประเทศ สำหรับ B2C Direct ship ผู้ขายสามารถจ้างตัวแทนได้ แต่วิธีที่ดีที่สุดก็คือการจัดตั้งบริษัทในประเทศจีนเอง วิธีการนี้จะทำให้การชำระเงินและการดำเนินการเรื่องกองทุนง่ายขึ้นด้วย สำหรับการจัดส่งแบบ Personal shipment ผู้ขายไม่จำเป็นต้องมีบริษัทในประเทศจีน และผู้รับของไม่จำเป็นต้องยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรจีน

สรุป:
สำหรับผู้ค้าปลีกขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มเข้าตลาดจีนเป็นครั้งแรก ยอดขายสินค้าอาจจะยังไม่สูงมาก และผู้ขายยังไม่แน่ใจว่าต้องการลงทุนเต็มตัวในตลาดหรือไม่ ในกรณีนี้การสำแดงสินค้าเป็น Personal shipment จะเหมาะสมกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมูลค่าของสินค้าต่ำพอที่จะหลีกเลี่ยงภาษีส่วนบุคคลได้
ในกรณีที่ผู้ขายเป็นแบรนด์สินค้าขนาดใหญ่ที่มุ่งมั่นในการเข้าสู่ตลาดจีนและมี SKU หลายร้อยรายการ การตั้งบริษัทในจีนและลงทะเบียนสินค้าขายล่วงหน้ากับศุลกากรจีนเพื่อจัดส่งแบบ B2C Direct ship จะเป็นวิธีการที่เหมาะสมมากกว่า ในอนาคตผู้ขายยังจะสามารถเพิ่มจำนวนสินค้าและเปลี่ยนไปเก็บสินค้าในคลังสินค้าที่ประเทศจีนเพื่อการจัดส่งที่รวดเร็วยิ่งขึ้นได้อีกด้วย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Cross-border E-commerce Solutions ของ SF Express สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ http://www.sf-express.com/th/en/others/promotion/index

ติดต่อสอบถาม

หากคุณสนใจในบริการของเรา โปรดส่งข้อมูลของคุณมาให้เรา ทีมงานมืออาชีพของเราจะติดต่อคุณโดยเร็วที่สุด!